Tuangbhat

ตวงภัทร
ตีรสวัสดิชัย

พรรคเพื่อไทย ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต 1
ลูกหลานคนสกล ผู้พร้อมลงพื้นที่ทำงานจริง เพื่ออนาคตของบ้านเรา

สิ่งที่เราทำเพื่อสกลนคร

ความรู้ระดับสากล

จบปริญญาโทจากประเทศอังกฤษ

ประสบการณ์วิเคราะห์เชิงระบบ

ทำงานด้านการวิเคราะห์ตลาด ในองค์กรขนาดใหญ่

นำความรู้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด

ต่อยอดสกลนครให้แข่งขันได้ในอนาคต

ตวงภัทร ตีรสวัสดิชัย

คนสกลที่อยากเห็นบ้านเราไปไกลกว่าที่เป็นอยู่

ตวงภัทรเกิดและเติบโตที่สกลนคร เป็นลูกหลานคนสกลนครที่ผูกพันกับบ้านเกิดมาตลอดชีวิต

ตั้งแต่วัยเด็ก ตวงภัทรได้เห็นปัญหาที่คนในพื้นที่ต้องเผชิญอยู่ทุกวัน
ไม่ว่าจะเป็นถนนที่ชำรุด น้ำที่ไม่เพียงพอต่อการใช้ โรงพยาบาลที่แออัด
รวมถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยังไม่เท่าเทียม

ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่พบเห็น แต่กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ
ที่ทำให้ตวงภัทรอยาก “ลุกขึ้นมาลงมือทำจริง”
เพื่อเปลี่ยนแปลงสกลนครให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่พบเห็น แต่กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ

ที่ทำให้ตวงภัทรอยาก “ลุกขึ้นมาลงมือทำจริง”

เพื่อเปลี่ยนแปลงสกลนครให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ตวงภัทรเชื่อว่า
สกลนครมีศักยภาพที่จะพัฒนาและเติบโตได้ไม่แพ้เมืองใหญ่
และไม่ว่าคนสกลจะอยู่ที่ไหน
เราทุกคนสามารถกลับมาร่วมมือกัน
เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้บ้านเกิดของเราให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นได้อย่างแน่นอน

สกลนครที่ดีกว่าเดิม

พัฒนาเมืองรองสู่เมืองหลัก ด้วยการท่องเที่ยวเชิง Wellness

ต่อยอดธรรมชาติ วัฒนธรรม และสุขภาพของสกลนคร สร้างรายได้ให้ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ผลักดันการพัฒนาหนองหาร สู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด

ต่อยอดการปลดล็อคการใช้พื้นที่ หลังจากส.ส.อภิชาติให้ราชกฤษฎีกาตีความสิทธิการใช้พื้นที่รอบหนองหาร เน้นฟื้นฟูระบบนิเวศและจัดการพื้นที่โดยรอบให้เป็นแหล่งพักผ่อน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และเพิ่มรายได้ให้คนในพื้นที่

ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

พัฒนาโบราณสถานและแหล่งเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ เช่น การบูรณะสะพานขอมโบราณ การบูรณะปราสาทนารายณ์เจงเวง การบูรณะปราสาทดุม รวมไปถึงการเชื่อมโยงปราสาทขอมต่างๆ ให้เกิดเรื่องราว

3 ปี

ลงพื้นที่จริง รับฟังปัญหาประชาชน ในฐานะผู้ช่วย ส.ส.

หลายโครงการ

เป็นเบื้องหลังในการร่วมผลักดันงานพัฒนาพื้นที่สกลนคร เช่น การขยายถนน 4 เลนเป็น 8 เลนช่วงบ้านพังขวางใต้, การจัดไฟแดงสามแยกฮางโฮง-หนองศาลา, การบูรณะสะพานขอมและปราสาทนารายณ์เจงเวง

“ผมอยากเห็นลูกหลานสักคนนครกลับมาทำงาน
ที่บ้านเรา
ไม่ต้องไปไกลเพื่อหาความมั่นคง
แต่ได้สร้างชีวิตดีๆ ในบ้านเกิดของตัวเอง”

ตวงภัทร ตีรสวัสดิชัย

A: ตวงภัทรคือเลือดเนื้อเชื้อไขของคนสกลนคร หลานชวดของชวดทองดี ศรีนครินทร์ที่คุ้มวัดพระธาตุฯ หลานปู่ของเต็ก ตีรสวัสดิชัย ผู้ก่อตั้งตลาดสด ต.การค้า และเป็นผู้บริจาคที่ดินให้เป็นที่สาธารณะต่างๆ ได้แก่ บขส.สกลแห่งแรก โรงเรียนเทศบาล4 มูลนิธิเมตตาธรรมสกลนคร และถนนต.พัฒนา โดยตวงภัทรยังเป็นลูกชายของส.ส.อภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ส.ส.สกลนคร เขต 1 8 สมัย

ตวงภัทร เกิดและเติบโตที่สกลนคร เรียนอนุบาลสกลนครและจบม.ต้นที่สกลราชวิทยานุกูล
ก่อนไปเรียนต่อ ม.ปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ และสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์ สาขา วิศวกรรมนาโน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไปสำเร็จปริญญาโท MSc Energy and Environment ที่ University of Leeds ประเทศอังกฤษ

ตวงภัทรได้เริ่มทำงานที่ บจม.ไทยออยล์ โรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยเริ่มต้นในตำแหน่งนักวิเคราะห์ตลาดเอทานอลให้กับบริษัทลูกด้านการผลิตเอทานอลของไทยออยล์ ก่อนจะได้ความไว้วางใจให้ไปทำงานในบริษัทแม่ในตำแหน่งนักวิเคราะห์การพาณิชย์ ด้านตลาดน้ำมันในประเทศและอะโรมาติกส์ หลังจากทำงานได้ 8 ปี ก็ได้ตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้จัดการทีมวิเคราะห์การพาณิชย์

ปี 2565 ได้กลับมาที่จังหวัดสกลนคร และลงพื้นที่เขตอ.เมือง ในตำแหน่งผู้ช่วยส.ส.สกลนคร เขต 1 และได้พบปะประชาชนและรับรู้ปัญหาที่ต้องแก้ไขหลากหลาย

ตวงภัทรได้ซึมซับแนวคิดการทำงานเพื่อประชาชนจากคุณพ่อส.ส.อภิชาติ มาตั้งแต่ยังเด็ก โดยได้ติดสอยห้อยตามคุณพ่อลงพื้นที่เป็นระยะๆ ทำให้มีความผูกพันกับสกลนครอย่างมาก

หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการเรียนมหาวิทยาลัยและต่างประเทศ ตวงภัทรได้เห็นบ้านเมืองที่เจริญ จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจที่อยากพัฒนาเมืองสกลให้เจริญทัดเทียมเมืองอื่นๆ บ้าง

ระหว่างที่ลงพื้นที่พบปะประชาชนมาตลอด 3 ปี ได้รับรู้และได้สัมผัสถึงอัธยาศัยที่ดีของประชาชนจึงอยากทำให้ประชาชนสกลนครมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

การเคลื่อนย้ายแรงงานไปสู่เมืองใหญ่ ทำให้ประชากรในสกลนครส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้สูงอายุ ขาดการขับเคลื่อนด้วยวัยทำงานและทำให้เศรษฐกิจในจังหวัดไม่คึกคื้น ซึ่งเกิดจากสาเหตุหลายปัจจัย ทั้งไม่มีภาคอุตสาหกรรมที่สามารถขับเคลื่อนจังหวัดได้ และไม่มีแหล่งท่องเที่ยวระดับแม่เหล็กที่จะดึงดูดผู้คนให้เข้ามาที่จังหวัดได้

ด้านการวิเคราะห์ตลาดน้ำมันและปิโตรเลียม เศรษฐกิจภาพใหญ่ วิเคราะห์ธุรกิจ และการบริหารบุคคลในทีม รวมไปถึง การทำงานด้านการเมืองจากการทำงานในกรรมาธิการต่างๆ เช่น กรรมาธิการพลังงาน กรรมาธิการการเงิน การคลังฯ และลงพื้นที่ในฐานะผู้ช่วยส.ส. ทำให้ซึมซับรูปแบบการทำงานในฐานะส.ส.เป็นอย่างดี

การเข้าถึงประชาชน ปัญหาในพื้นที่ รวมไปถึง ความสัมพันธ์กับหน่วยงานที่จะสามารถติดต่อหากพอปัญหาที่ต้องการแก้ไขหรือโครงการที่ต้องการผลักดันให้เกิดขึ้นกับเมืองสกลนคร

อยู่เบื้องหลังการเตรียมโครงการให้ส.ส.ผลักดันในรัฐสภาหลายๆ โครงการ เช่น การปรับปรุงภูมิทัศน์สะพานขอมโบราณ การปรับปรุงสามแยกไฟแดงบ้านฮางโฮง-บ้านหนองศาลา การขยายถนน 4 เลนเป็น 8 เลนช่วงบ้านพังขว้างใต้ เป็นต้น

ปัญหาน้ำท่วมในเทศบาลนครสกลนคร ที่เป็นปํญหาที่หน่วยงานท้องถิ่นไม่สามารถแก้ไขมาได้ตั้งแต่ตอนน้ำท่วมใหญ่ปี 2560 รวมไปถึงต่อยอดการพัฒนาพื้นที่ของหนองหาร หลังจากที่ท่านส.ส.อภิชาติได้มีการยื่นให้ราชกฤษฎีกาตีความความรับผิดชอบของพื้นที่ดินของหนองหารไปอยู่กับราชพัสดุแล้ว

การท่องเที่ยวเชิง Wellness คือการเดินทางที่มีเป้าหมายหลักเพื่อ ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวม ไม่ใช่แค่พักผ่อน แต่รวมถึงสุขภาพ กาย ใจ อารมณ์ และจิตวิญญาณ ผ่านกิจกรรมและสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้ชีวิตสมดุลขึ้น ซึ่งเป็นเทรนด์ของโลกยุคใหม่

สกลนคร เป็นแหล่งด้านธรรมะที่มีชื่อเสียง เพราะเป็นเมืองแห่งวัดเกจิอาจารย์ที่พระเกจิสายหลวงปู่มั่นมากมายที่ผู้คนต่างเข้าหาเพื่อปฏิบัติธรรมชำระจิตใจ

หรือแม้แต่แหล่งที่่ปลูกสมุนไพรไทยหลายชนิด

การท่องเที่ยวเชิง Wellness ยังทำให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาในพื้นที่นานขึ้นและทำให้มีการใช้จ่ายในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย

ควรเริ่มจาก โครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอและทันสมัย ทั้งระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงเมืองกับภูมิภาคได้สะดวก โครงสร้างดิจิทัลที่มีอินเทอร์เน็ตคุณภาพสูง และสาธารณูปโภคที่มั่นคง เพื่อรองรับการลงทุนและการใช้ชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการ เสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจท้องถิ่น โดยสนับสนุนธุรกิจ SMEs วิสาหกิจชุมชน และอุตสาหกรรมที่ต่อยอดจากศักยภาพพื้นที่ สร้างมูลค่าเพิ่มและงานในพื้นที่ พร้อมกันนั้นต้อง พัฒนาคนเป็นศูนย์กลาง ผ่านการศึกษาและการยกระดับทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อรักษาคนรุ่นใหม่ให้อยู่และเติบโตไปกับเมือง ด้านการท่องเที่ยวควรเน้น คุณภาพมากกว่าปริมาณ ใช้เอกลักษณ์ท้องถิ่น วัฒนธรรม และทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล กระจายรายได้สู่ชุมชน สุดท้ายคือการ บริหารจัดการเมืองอย่างทันสมัยและมีส่วนร่วม ใช้แนวคิดเมืองอัจฉริยะ ผังเมืองที่ยืดหยุ่น และเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมออกแบบอนาคตเมือง เพื่อให้การเติบโตเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนและเป็นของทุกคน

พร้อมรับฟังครับ ผ่านเพจ ตวงภัทร ตีรสวัสดิชัย – Tuangbhat Tiraswasdichai หรือ สำนักงานพรรคเพื่อไทย สกลนคร เขต 1 ได้เลยครับ